Logo
03 May 2020

ไขรหัส " AIR " แห่ง The Last Dance

ปัจจุบันทั้งเหล่า Sneakerhead และแฟนคลับ ของ Michael Jordan คงไม่มีใครไม่รู้จัก The last dance ภาพยนตร์กึ่งสารคดี จาก Netflix ที่เล่าเรื่องราว เส้นทางการคว้าแชมป์ของ Michael Jordan และ ทีม Chicago bulls ผ่านตัวละครที่เคยร่วมงาน และเคยเป็นคู่แข่งของ Michael Jordan มาก่อน  โดย The last dance  คือ คู่มือการเล่น ที่ ฟิล แจ็คสัน Head coach มือหนึ่งของทีม Chicago ได้ให้ไว้ในช่วงก่อนฤดูการที่ 1997-98 หมายถึงการฝ่าฟันร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายในฤดูการที่ 1997-98 ซึ่งเป็นฤดูการที่ Chicago Bulls กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์สมัยที่ 6 และ ฟิล แจ็คสัน จะคุมทีมเป็นฤดูกาลสุดท้ายหลังจากที่อยู่มานานกว่า 10 ปี เนื้อในของ The Last Dance ไม่มีอะไรมากมีเพียงคำว่า Enjoy what’s happening because, this is it. หรือแปลว่า “สนุกกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะมันจบแล้ว”

วันนี้ atmos Bangkok จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จัก Nike Air Jordan โมเดลสุด “OG” ที่แตก Line ออกมาหลายต่อหลายรุ่นในปัจจุบัน และเป็นโมเดลที่แฟน ๆ ของ Michael Jordan หรือเหล่า Sneakerheads ต่างต้องมีเก็บสะสมอย่างน้อย 1 คู่ พร้อมพาไปชมรองเท้าใน Line ของ Jordan Brand ที่ Michael Jordan ใส่ตลอดทั้งสารคดีจะมีตัวในถูกใจเพื่อน ๆ กันบ้างพร้อมแล้วไปลุยกันเลย!


Nike Air Ships  (Before The “OG”)
Nike Air ships ปรากฎให้เราเห็นในภาพยนต์ The last dance EP.1 นาทีที่ -14.55  ถ้าจะให้พูดถึงรองเท้าที่ Michael Jordan ใส่ลงสนามเป็นนัดแรก เพื่อนๆคงจะนึกถึง Nike Air Jordan “BRED BANNED” แต่จริง ๆ  แล้ว Michael Jordan ใส่ Nike Air Ships ลงสนามเป็นนัดแรกที่เจอกับ Milwaukee Bucks ในวันที่ 29/10/1984


Nike Air Ships ถือว่าเป็นต้นแบบของโมเดลสุดคลาสสิคอย่าง Nike Air Jordan 1 ถ้าดูเผิน ๆ ความแตกต่างของทั้งสองโมเดลแทบจะไม่แตกต่างอะไรกันเลยกันเลยเนื่องจาก ทั้งสองโมเดลนี้ถูกดีไซน์มาจาก สุดยอดดีไซนเนอร์อย่าง Peter Moore โดย Nike Air Ships จะมีรูร้อยเชือก 8 รูซึ่งน้อยกว่า AJ 1 1 รู และ Nike Air ships จะมีช่วง Strap ตรงส่วนบนที่เหมือนปกเสื้อ และคุณภาพหนังที่มีความยืดหยุ่น ทรงเป็นรูป ตัว V ที่เหมาะกับการเล่นบาสเก็ตบอลโดยเฉพาะ นั้นเอง

Nike Air Jordan 11
Nike Air Jordan 11 ปรากฏให้เราเห็นในภาพยนตร์ The last dance EP.1 ในนาทีที่ -40.59  ย้อนกลับไปในปี 1997 ในสถานที่ฝึกซ้อมของ Chicago Bulls Michael Jordan ได้ใส่ Air Jordan 11 ในสี  OG อย่าง DARK CONCORD


Nike Air Jordan 11 Dark Concord ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1995 โดยดีไซน์เนอร์ชื่อดังของ Nike อย่าง Tinker Hatfield ที่ใช้วัสดุเป็นหนังแก้วทำให้รองเท้าเปร่งประกายสวยงาม และเทคโนโลยีอย่าง Aerodynamics ที่ช่วยให้รองเท้าเบาสบาย เสริมการเคลื่อนที่ให้คล่องแคล่วขึ้น และสร้างบาลานซ์ให้ร่างกาย  ซึ่งมาในสี Dark concord ที่มีสีดำตั้งแต่ข้างหลังของรองเท้ายาวไปถึง Toe box และสี Off white ตรงบริเวณเชือก ซึ่งทำให้รองเท้ามีความล้ำยุคจากทรงและความร่วมสมัยของสีสุดวินเทจ ซึ่งถือว่าเป็น Colorway ที่ลงตัวอีกสีนึงเลยก็ว่าได้

Nike Air Jordan 12
Nike Air Jordan 12 “Cherry” ปรากฏให้เห็นในภาพยนตร์ EP.3 ในนาทีที่ -12.08  ซึ่งย้อนกลับไปในปี 1997 Michael Jordan และขุนพลทีม Bulls ต้องมาพบกับ Phoenix Suns ซึ่งในนัดนั้น Michael ใส่  Nike Air Jordan 12 “Cherry”



Nike Air Jordan 12 Cherry ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกในปลายปี 1996 โดย ดีไซน์เนอร์อย่าง Tinker Hatfield ในโมเดลนี้ Nike ได้แยก Technology อย่าง Air และใช้ Foamposite แทน ทำให้รองเท้าคู่นี้เป็นหนึ่งในรองเท้าที่ทนทานที่สุดใน Jordan Line แต่เพื่อน ๆรู้หรือไม่ว่า Air Jordan 12 ถูกดีไซน์โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้า “ผู้หญิง” ในศรรตสรรษที่ 19 ที่เรียกว่า ”Nisshoki” นั้นเอง

Nike Air Jordan 2
Nike Air Jordan 2 “Fire red” ปรากฏให้เราได้เห็นกันในภาพยนตร์ Ep.3 ในนาทีที่ -32.19 ซึ่งย้อนกลับไปในปี 1986 Michael Jordan ดาวรุ่งฝีมือฉกาจที่ถูกยกให้เป็น The next big thing ของวงการ NBA  Michael ได้ใส่ Nike Air Jordan 2 “Fire red” พาขุนพลทีม Bulls พลิกชนะทีมดังอย่าง Boston Celtics ใน 5 วินาทีสุดท้าย!


Nike Air Jordan 2 “Fire red” ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกปลายปี 1986 ในสี “Fire red” ซึ่งเป็นสีประจำทีมของทีม Chicago Bulls ผ่านการดีไซน์ของ Peter Moore และ Bruce Kilgore ซึ่งในโมเดลของ Air Jordan 2 นี้จะทำขึ้นที่ Italy ด้วยหนังกิ้งก่าทำให้หนังของ Air Jordan 2 เงาอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งฝัง Air Bag ลงไปใต้ Mid-Sole เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของการเคลื่อนที่ โดยในโมเดลนี้ทำออกมาเอาใจแฟน ๆถึง 2 แบบทั้งตัว Low-top และ High-top

Air Jordan 4
Air Jordan 4 “Bred” ปรากฏให้เราได้เห็นในภาพยนตร์ EP.3 ในนาทีที่ -23.31 ซึ่งเป็นการย้อนกลับไปในปี 1989 Chicago Bulls พบกับ Piston Detriot ในตอนนั้น Chicago Bulls ถือว่าเป็นทีม Underdog อย่างมากเมื่อมาเจอกับทีม Piston ทีมยอดฝีมือในสมัยนั้น โดย Michael ได้ใส่ Air Jordan 4 “Bred” พาทีม Bulls พบกับ Piston Detriot!


Air Jordan 4 “Bred”  ถูกผลิตขึ้นในต้นปี 1989 ในสี Bred หรือสี Black กับ Red จากดีไซน์เนอร์ชื่อดัง Tinker Hatfield ในโมเดล Air Jordan 4 นี้ ถือว่าเป็นการปล่อยรองเท้าใน Line ของ Jordan Brand พร้อมกันครั้งแรกทั่วโลก อีกทั้งโมเดลดังกล่าวยังปรากฎในภาพยนต์ตลกชื่อดังของผู้กำกับมากฝีมืออย่าง Spike Lee เรื่อง Do your right thing ด้วยดีไซน์ที่แปลกใหม่และสีที่ลงตัวทำให้โมเดล Air Jordan 4 มี Impact อย่างมากกับวงการ Pop Culture แต่เพื่อนๆ รู้หรือไม่จริงๆแล้วตอนที่ Tinker Hatfield ดีไซน์ Air Jordan 4 เขาไม่ได้สนใจเรื่องรูปลักษณ์แต่อย่างใดเขาสนใจเพียงการใช้งานที่ต้องทำให้ดีกว่า  Jordan 3 จึงทำให้เกิดรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่ขึ้นมาในปัจจุบัน

Air Jordan 13
Air Jordan 13 “He Got Game” ปรากฏให้เราได้เห็นในภาพยนตร์ EP.4 ในนาทีที่ -47.11 โดยย้อนกลับไปในช่วงฤดูการที่ 1997-98 Michael ใส่โมเดล Air Jordan 13 ในสี Trued Black ฝึกซ้อมกับเหล่าขุนพลทีม Bulls เพื่อคว้าแชมป์สมัยที่ 6


Air Jordan 13 “He Got Game” ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกปลายปี 1997 โดยดีไซน์เนอร์ชื่อดังของ Nike อย่าง Tinker Hatfield เข้าได้รับแรงบันดาลใจจาก เสือดำ Panther ซึ่งตัวร้องเท้าที่เป็น Mid Sole จะมีลักษณะที่ไม่เหมือนรองเท้าทั่วไปคือจะเป็นหลุม ๆ และ Out sole ที่เป็นคล้ายๆ HoloGraphic eye จึงทำให้เรานึกถึงเสือดำ Panther นั้นเอง โดย Air Jordan 13 ใช้เทคโนโลยีที่คล้าย ๆกับ Carbon fiber และเทคโนโลยี Zoom Air ทำให้ตัวรองเท้ามีความเบาสบายช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วให้แก่คนใส่เหมือนกับเสือดำนั้นเอง

Nike Air Jordan 6
Nike Air Jordan 6 “Infrared” ปรากฏให้เราได้เห็นในภาพยนตร์ EP.4 ในนาทีที่ -11.45 ซึ่งย้อนกลับไปในปี 1991 Michael และเหล่าขุนพลทีม Bulls ได้เขาชิงแชมป์กับทีมที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของลีก NBA ในสมัยนั้น อย่าง LA Lakers ที่มีซูปเปอร์สตาชื่อดังอย่าง เมจิก จอร์นสัน โดย Michael ได้ใส่ Nike Air Jordan 6 “Infrared” พาขุนพลทีม Bulls คว้าแชมป์สมัยแรกของเขากับทีม Chicago Bulls นั้นเอง


Nike Air Jordan 6 “Infrared” ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1991 จากดีไซน์เนอร์ชื่อดังอย่าง Tinker Hatfield โดยเขาได้แรงบันดาลใจจาก Porche รถสปอร์ตของ Michael Jordan ซึ่งส่วนบนของรองเท้าเขาใช้วัสดุยางเทียมที่มี 2 รูช่วยให้การสวมรองเท้านั้นง่ายขึ้น อีกทั้งในส่วน Out Sole เขาใช้ยางที่มีลักษณะพิเศษเป็นยางทีแส่งผ่านน้อย และ Air Units ถูกดีไซน์มาในลักษณะที่สามรถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

Nike Air Jordan 1
Nike Air Jordan 1 “Chicago”  ปรากฏให้เราได้เห็นในภาพยนตร์ EP.2 ในนาทีที่ -22.12 ซึ่งย้อนกลับไปในปี 1985 Michael ที่กำลังร้อนแรงในสมัยนั้นกำลังพาเหล่าขุนพลทีม Bulls เข้าสู่รอบรองชนะเลิศด้วยการ พบกับ Golden State Warriors ในนัดนั้นเขาใส่ Nike Air Jordan 1 “Chicago” แต่ Michael ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักเขากระดูกหักตรงกลางข้อทำให้เขาต้องพักไปถึง 3 เดือน


Nike Air Jordan 1 “Chicago” ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1985 จากการดีไซน์ของ Peter Moore โดยได้รับแรงบันดาลจาก Nike Air Ships รองเท้าต้นแบบของ Air Jordan 1 โดย Peter Moore ได้ใส่เอกลักษณ์ความเป็น Air Jordan ลงไปอย่าง “Wings logo” ที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่เริ่มผลิต จนมาถึงปัจจุบัน สี Chicago ถือว่าเป็นสีสุด OG ที่ได้ผลิตต่อมาจากสี Bred และ สี Bred toe โดย Colorway ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นสี Signature ของทีม Chicago Bulls ทั้งสิ้น และถือว่าเป็นสีที่มีเรื่องเล่าอยู่เสมอเนื่องจาก NBA ออกกฎ Uniform Policy ทำให้ทุกครั้งที่ Michael Jordan ใส่ Air Jordan 1 Chicago Michael จะถูกปรับ 5,000$ ต่อเกมส์

Nike Air Jordan 3
Nike Air Jordan 3 “Cement Grey”  ปรากฏให้เราได้เห็นในภาพยนตร์ EP.3 ในนาทีที่ -31.18 ย้อนกลับไปในปี 1988 Michael Jordan ได้เข้าร่วมการแข่งขัน “Slam Dunks Contest” ซึ่งเขาก็สามารถใช้ทักษะของเขาและ รองเท้า Nike Air Jordan 3 “Cement Grey” คว้ารางวัลได้ในปี 1988


Nike Air Jordan 3 “Cement Grey” ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1988 โดย Tinker Hatfield โดยมีทั้งหมด 2 สี White และ Black Cement Grey ซึ่งเป็นการดีไซน์ Air Jordan Line แรกของเขา ซึ่งเขาได้ปฏิวัติวงการ Jordan อย่างสิ้นเชิง โดยการนำเอา “Wing Logo” Signature ของ Peter Moore ออกไป และนำเอาโลโก้ Jumpman มาใส่ลงไปแทน อีกทั้งเขายังได้นำลวดลายหนังช้างมาใส่ และยังทำให้ Air Units สามรถมองเห็นได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย

Nike “Enterprise”
Nike “Enterprise” ปรากฏให้เราได้เห็นในภาพยนตร์ EP.2 ในนาทีที่ -21.39 ซึ่งย้อนกลับไปในปี 1985 หลังจาก Michael Jordan ได้รับบาดเจ็บจากเกมส์ที่พบกับ Golden State Warrior  Michael ก็ได้ใส่ Nike “Enterprise” นั่งชมเพื่อนอยู่บนอัฒจันทร์ระหว่างพักฟื้นร่างกาย



เทคโนโลยีที่ใช้ใน Nike "Enterprise" 

Nike “Enterprise” เป็นรองเท้า Tennis ที่โด่งดังอย่างมาในยุค 80 โดยเทคโนโลยีที่อยู่ใน Nike Enterprise เรียกว่า Pillar Cushioning ทำให้สามารถรับแรงกระแทกได้ดี ซึ่งเมื่อได้รับแรงกระแทก Pillar Cushioning จะโค้งงอและกลับมาเป็นรูปทรงเดิม และ Pillar Cushioning ใช้ส่วนประกอบน้อยกว่า 50% Mid sole ธรรมดาทำให้รองเท้ามีน้ำหนักที่เบาขึ้นมากช่วยเสริม ความคล่องแคล่วให้แก่ผู้สวมใส่

Nike Air Jordan 1.5
Nike Air Jordan 1.5 “Chicago”ปรากฏให้เราได้เห็นในภาพยนตร์ EP.2 ในนาทีที่ -16.51 หลังจาก Michael Jordan ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ Michael ก็ได้ลงเล่นให้กับทีม Chicago Bulls ในนัดที่พบกับ Indiana Pacers และได้ใส่ Nike Air Jordan 1.5 “Chicago” ในนัดดังกล่าว


Nike Air Jordan 1.5 “Chicago” ได้รับอิทธิพลมากจาก Air Jordan 1 ในสี Chicago ซึ่งหากดูจากตาแล้วเพื่อนๆคงร้องอ๋อกันอย่างแน่นอน แต่น้อยคนที่จะรู้ว่า Air Jordan 1.5 นั้นมีการผสมผสานระหว่าง Air Jordan 1 และ 2 โดยโมเดลนี้ใช้สีและรูปทรงส่วนบนของ Air Jordan 1 Chicago ใช้ Sole ของ Air Jordan 2 และ เทคโนโลยี Air cushioning เทคโนโลยีที่ล้ำที่สุดในสมัยนั้น ทำให้พื้น Sole มีความนิ่มตอบโจทย์อาการบาดเจ็บของ Michael ในตอนนั้น อีกทั้ง Nike Air Jordan 1.5 ยังไม่มีวางขายอีกด้วยในสมัยนั้น แต่กลับมาวางขายเมื่อปี 2015 กับการฉลองครบรอบ 30 ปี Air Jordan นั้นเอง

Nike Air Jordan 7
Nike Air Jordan 7 “Bordeaux”ปรากฏให้เราได้เห็นในภาพยนตร์ EP.4 ในนาทีที่ -25.54 ย้อนกลับไปปลายปี 1990 หลังจากที่ Chicago bulls พ่ายแพ้ให้กับ Detroit pistons ในรอบชิง Eastern Conference Michael และเหล่าขุนพลทีม Bulls ก็ได้ฝึกตนอย่างหนักเพื่อที่ปีหน้าจะกลับมาล้างแค้น โดย Michael ได้ใส่ Nike Air Jordan 7 “Bordeaux” เพื่อฝึกซ้อมอย่างหนักก่อนเกมส์ฤดูถัดไป



Nike Air Jordan 7 “Bordeaux” ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกเมื่อต้นปี 1992 โดยดีไซน์เนอร์ชื่อดังอย่าง Tinker Hatfield กลับมาในครั้งนี้ Tinker ไม่ได้ใส่ทั้ง Air Units และ Sole ใสอีกต่อไป แต่เข้าใส่เทคโนโลยีที่ใช้ใน Air Huarache โดยรูปทรงของโมเดลนี้เขาได้รับอิทธิพลมาจากชนเผ่าแอฟริกาตะวันตกอย่าง Trible Culture ซึ่งใน Colorway ดังกล่าวเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีประจำเมืองของเมืองใหญ่ในประเทศฝรั่งเศสอย่างเมือง Bordeaux  และ Michael ยังใส่รองเท้าคู่นี้ในการแข่งขันโอลิมปิกในปี 1992 ที่เมืองบาเซโลน่าประเทศสเปนและ ยังคว้าเหรียญทองกลับบ้านไปอีกด้วย



“I know everybody’s eyes are on me,” “And some of the things I do even surprise myself. They aren’t always planned. They just happen.” Jordan said in the lead-up to his rookie season.
"ฉันรู้ว่าทุกคนจับตามองฉัน และบางอย่างที่ฉันทำมันทำให้ฉันประหลาดใจในตัวเอง ซึ่งมันไม่ได้เตรียมการมาก่อนมันแค่เกิดขึ้นมา" จอแดนให้สัมภาษณ์ใน Rookie season




ATMOS BANGKOK
Opening Hours 10.00 - 22.00
2F : B205 Beacon Zone at CentralWorld
2F : 215 CentralPlaza Lardprao
Bangkok, Thailand
WEBSITE
www.atmos-bangkok.com




ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

www.jordan.com
https://www.nicekicks.com/every-sneaker-worn-in-the-last-dance/
https://www.highsnobiety.com/p/air-jordan-1-guide/
www.solecollector.com
www.hypebeast.com
https://www.pinterest.com/

Netflix
The last dance






02 May 2020
ไขรหัส " AIR " แห่ง The Last Dance
01 Jul 2020
AIR JORDAN 3 THE BEST ON EARTH